
![]()
พุทธอุทยานภูน้อย ตั้งอยู่ที่ บ้านสวนผึ้ง ตำบลเหล่าไฮงาม อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
ความเป็นมา
|
สืบเนื่องมาจากท่านพระครูประคุณธรรมสาร เจ้าคณะตำบลเหล่าไฮงาม อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนชาวบ้านสวนผึ้งมีความเห็นร่วมกันว่าพื้นที่ในป่าสงวนแห่งชาติบริเวณ วัดป่าภูน้อย บ้านสวนผึ้ง ตำบลเหล่าไฮงาม อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ถูกชาวบ้านบุกรุก ทำลายป่า ตัดไม้เพื่อเผาถ่าน และปลูกพืชเพื่อทำไร่เลื่อนลอย อันเป็นการทำลายสถานที่ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ทำให้เสียทรัพยากรธรรมชาติของ ชาติ อันเป็นสาเหตุให้เกิดความแห้งแล้ง และเป็นการทำลายป่า ต้นน้ำ ลำธาร ดังนั้นท่านพระครูประคุณธรรมสาร เจ้าคณะตำบลเหล่าไฮงาม จึงได้ส่งพระอาจารย์โคตร มาจำพรรษา ณ บริเวณป่าแห่งนี้ เมื่อประมาณปีพ.ศ. 2505 เพื่อเป็นการอบรมให้ชาวบ้านมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ รักษาป่า ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ให้คงอยู่ตลอดไป ท่านพระอาจารย์โคตรได้จำพรรษาเรื่อยมาจนถึง ประมาณปี พุทธศักราช 2516 จึงได้ย้ายไปอยู่ที่อื่น ต่อมาประมาณปีพุทธศักราช 2517 พระอาจารย์โฮม ได้เดินธุดงค์มาจำพรรษาต่อจากพระอาจารย์โคตร ได้สร้างกุฏิหญ้าแฝกหนึ่งหลังและหอฉันท์ มุงหญ้าแฝกหนึ่งหลัง จึงได้เดินธุดงค์ไปอยู่แห่งใหม่ ประมาณในปี พุทธศักราช 2518 พระอาจารย์ประสงค์ ธัมกาโม ได้เดินธุดงค์มาจำพรรษา ต่อมาจากพระอาจารย์โฮม แล้วอยู่ต่อเรื่อยมาจนถึงประมาณปีพุทธศักราช 2525 ประมาณปีพุทธศักราช 2526 พระอาจารย์บุญตา ปริชาโน พร้อมด้วยพระภิกษุ อีก 3 รูป คือ พระประดิษฐ์ พระอ่อน พระโสม รตนโชโต ได้มาอยู่จำพรรษาร่วมกัน และได้สร้างกุฏิหนึ่งหลัง เสาไม้มุงสังกะสี และกุฏิสงฆ์อีก 3 หลัง มุงด้วยหญ้าแฝก และได้จำพรรษาเรื่อยมาจนถึง ประมาณปีพุทธศักราช 2529 - หลังจากนั้นก็มีพระธุดงค์สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาจำพรรษาตลอดเรื่อยมา หลังจากที่ท่านได้เจริญเมตตาภาวนา อยู่บริเวณดังกล่าวประมาณหนึ่งเดือนชาวบ้านสวนผึ้งและบ้านใกล้เคียง ได้ทยอยมาฟังธรรม เทศนา และเจริญเมตตาภาวนากับท่านหลวงพ่อเป็นจำนวนมาก จนเกิดความศรัทธาทำให้ญาติโยมมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ระยะเวลาผ่านมาใกล้จะเข้าพรรษา ผู้ใหญ่บ้าน บ้านสวนผึ้ง สารวัตรกำนัน ตำบลเหล่าไฮงาม พร้อมด้วยชาวบ้าน ได้ปรึกษามีความเห็นร่วมกันว่า”ขออาราธนานิมนต์ท่านหลวงพ่อจำพรรษา” ท่านหลวงพ่อจึงได้รับนิมนต์จำพรรษา และได้เริ่มปรับปรุงบริเวณวัดป่าภูน้อยตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน จากอดีตจนถึงปัจจุบันหลวงพ่อได้เพียรพยายามกว่ายี่สิบปีที่จะพลิกผืนป่าภูน้อยให้กลับคืนสภาพ เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นบ้านของสัตว์อีก หลายชีวิต คืนสภาพให้กับเขาหัวโล้นลูกหนึ่ง และให้ป่านี้เป็นที่ปฏิบัติธรรมสำหรับญาติธรรม ผู้แสวงธรรมให้เป็นป่าแห่งธรรมะและความเพียรของหลวงพ่อก็มิได้สูญเปล่า ป่าภูน้อยกลับฟื้นคืนสภาพเป็นป่าดงดิบอีกครั้ง การฟื้นกลับมาคราวนี้ ได้กลับมาเป็น “พุทธ อุทธยาน” อุทยานแห่งธรรมะ สมความตั้งใจ สมกับคำว่า เอสะภควโต สาวกสังโฆ นั่นแหละสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า อาหุเนยโย เป็นสมควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา ปาหุเนยโย เป็นสมควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ ทักขิเนยโย เป็นผู้ควรรับทักษินาทาน อัญชลีการะณีโย เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี
|











